โรคท่อน้ำตาตันของเด็กแรกเกิด

463

เคยเห็นหรือได้ ยินกันมั๊ยค่ะ เด็กที่น้ำตาเอ่อคลอเบ้าตลอดเวลา มีน้ำตาซึมๆ บางครั้งมีขี้ตาเหลือง เขียวบ่อยๆ ทั้งๆที่เยื่อบุตาขาวอาจจะแดงหรือไม่แดงก็ได้ บางคนเป็นเยอะถึงขนาดบวมอักเสบเป็นฝีหนองที่หัวตาได้เลยค่ะ

(รูปแสดงน้ำตาเอ่อข้างขวา ในเด็กที่มีท่อน้ำตาอุดตัน)

เด็ก อาจมาด้วยอาการน้ำตาไหลข้างเดียว หรือสองข้างก็ได้นะคะ โดยมากมักเกิดในเด้กที่คลอดก่อนกำหนดค่ะ แต่อาจพบได้ในเด้กทั่วไปได้ด้วยคะ แล้วสงสัยมั๊ยค่ะ ว่าหมอตาเขารู้ได้ไงว่าลุกเราน้ำตาเอ่อจากท่อน้ำตาตันจริง ไม่ได้เกิดจากโรคตาอื่นๆ

เวลาตรวจ คนไข้ที่มาด้วยน้ำตาไหล หลังจากตรวจแล้วไม่มีความผิดปกติของกระจกตา และเยื่อบุตาแล้ว ถ้าเป็นผู้ใหญ่หมอก็จะแยงเข็มเพื่อล้างท่อน้ำตา แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่จะตรวจแบบเดียวกันกับเด็กเล็กน่ะค่ะ ถ้าเด็กยังรู้ตัวดีไม่ได้หลับสนิทมาก เพราะมีโอกาสที่เด็กจะดิ้นสะบัดหนีได้ เด้กร้องไห้ทีก็ทรมานใจหมอและพ่อแม่ค่ะ

เรา ก็จะมีวิธีการหยอดน้ำสีเหลืองๆส้มๆนี่ล่ะค่ะเข้าตา ซึ่งเป็นสีที่ใช้ย้อมตรวจกระจกตาอยู่แล้ว ไม่อันตรายใดๆ หลังหยอดจะซับแห้งทีเดียวแล้วห้ามซับน้ำตาอีกเลยน่ะค่ะ รอเวลาสักประมาณ 10 นาที ถ้าสีเหลืองยังคงค้างที่ตา ก็บ่งบอกว่าท่อน้ำตาข้างนั้นน่าจะอุดตันทำให้มีการระบายของน้ำสีออกไปไม่ได้ ค่ะ
 (รูปแสดงท่อน้ำตาตันทางซ้าย โดยการตรวจย้อมสี จะเห็นน้ำสีเหลืองเอ่อขังที่ตา )

สาเหตุ
ที่แท้จริงมาจากความผิดปกติโดยกำเนิดของเด็กรายนั้นๆค่ะ ซึ่งมีแผ่นเนื้อเยื่อผังผืดบางๆ ปิดอยู่ที่รูทางออกของท่อน้ำตาในจมูก หรือที่ทางการแพทย์ เรียกว่า Valve of Hasner นั่นเองค่ะ โดยส่วนใหญ่แล้ว ผังผืดนี้จะทะลุออกเองได้ ในช่วงครบกำหนดคลอดหรือหลังจากนั้นไม่กี่เดือน

ทราบสาเหตุกันแล้วน่ะค่ะ คราวนี้มาดูวิธีรักษากันค่ะ ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่าหมอที่เก่งที่สุดในการรักษาโรคนี้ของน้องๆหนูๆคือ คือที่เลี้ยงเด็กค่ะ ขอย้ำชัดๆไว้ตรงนี้เลยค่ะ เพราะการรักษาเบื้องต้นคือการนวดหัวตาค่ะ

นวด เยอะสุด บ่อยสุด น่ะค่ะ จะช่วยได้ ไม่ต้องกลัวเด็กเจ็บน่ะค่ะ น้องๆเขาร้องไห้แค่เพราะรำคาญที่มีคนมายุ่งกะหน้าเขา การนวดคือการช่วยรักษาเขาโดยที่จะได้ไม่ต้องมาให้หมอแยงลวด และไม่ต้องมาดมยาสลบค่ะ

นวดหัวตาทำยังไง ???

ลอง ทำตามตอนนี้เลยน่ะค่ะ ยกนิ้วชี้ของคุณขึ้นมาค่ะ แต่ขอหนึ่งเรื่องน่ะค่ะ คือตัดเล็บให้สั้นค่ะ เพราะถ้าเล็บยาว เวลานวดลงไปเล็บจะไปจิกผิวหนังทำให้เขาเจ็บได้ค่ะ

กลับมาดูนิ้วชี้กัน ต่อค่ะ เอานิ้วชี้นั้นมากดที่หัวตาแนบเข้าไประหว่างหัสตากับสันจมูกค่ะ รู้สึกถึงเอ็นแข็งๆใต้นิ้วกันมั๊ยค่ะคุณพ่อคุณแม่ นั่นล่ะค่ะ ถุงน้ำตาอยู่ใต้ต่อเอ็นนั้น

คราวนี้ก็ให้คุณพ่อคุณแม่ วนนิ้วลงน้ำหนักเบาๆเป็นวงกลมแล้วลากลงตามสันข้างจมูก มันจะเป็นเหมือนการรีดน้ำในลูกโป่งยาวๆคะ ทำให้น้ำมันดันลงไปทางปลายทาง เกิดแรงดันขึ้นเพื่อที่จะไปดันให้ผังผืดที่ปากทางออกของท่อน้ำตาทะลุออกไป ให้นวดรอบละหลายๆครั้ง วันละหลายๆรอบเลยนะคะ

น้องๆจะได้หายกันไวๆโดย รอดพ้นจากการแยงท่อน้ำตาจากหมอค่ะเวลาที่เด้กจะอารมณ์ดีให้นวดง่ายที่สุดจะ เป็นช่วงเขาดูดนมคุณแม่น่ะค่ะ กับช่วงที่หลับสนิทไปแล้ว

(รูปแสดงการนวดหัวตา ให้นวดบ่อยๆ วันละสิบชุดขึ้นไป ชุดละ _30-40รอบ)
 

 การ หยอดยาฆ่าเชื้อ ควรหยอดในช่วงที่เด็กมีขี้ตามากๆค่ะ เพื่อป้องกันการ อักเสบติดเชื้อของถุงน้ำตา ซึ่งหากมีการอักเสบติดเชื้อของถุงน้ำตาแล้วอาจจะต้องใช้ยาฆ่าเชื้อชนิดรับ ประทานหรือยาฉีดร่วมรักษาด้วยค่ะ

(รูปแสดงการอักเสบของถูงน้ำตาจากภาวะท่อน้ำตาอุดตันในเด้กอายุ 3 เดือนที่มีการแตกออกของหนองทางผิวหนัง )

นวดเต็มที่แล้วยังไม่หายทำไงดีละคะ

ถ้า คุณพ่อคุณแม่ หรือคนเลี้ยงเด้กได้ช่วยกันพยายามนวดเต็มที่แล้วแต่ยังไม่หาย มีอาการน้ำตาไหลอยู่ ( แต่จริงๆแล้วมักเกิดจากนวดไม่ได้ หรือไม่ค่อยได้นวดมากกว่าค่ะ ส่วนใหญ่มักจะเอจคุณพ่อคุณแม่ หรือคนเลี้ยงเด้กไม่กล้านวด กลัวน้องเจ็บหรือไม่มีเวลามากกว่านวดแล้วไม่หายค่ะ )

ส่วนใหญ่หมอก็จะรอจนอายุประมาณ 1 ขวบ ก็จะพิจารณาแยงท่อน้ำตาค่ะ โดยเอาลวดทางหารแพทย์ที่เป็นแท่งเหล็ก ปลายมนยาว แยงลงไปตามแนวของท่อน้ำตา เพื่อทะลุผังผืดที่ปากทางออกของท่อน้ำตาค่ะ โดยคุณหมอบางท่านอาจจะทำการแยงเลย หรือทานยานอนหลับ หรือดมยาสลบก่อนแยง

แต่ โดยส่วนตัวแล้วมักจะดมยาสลบในการแยงท่อน้ำตาค่ะ เพราะ ป้องกันารเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันหากเด้กร้องดิ้นสะบัดหน้าขณะแยงเหล็ก แล้วเหล็กพลาดไปโดนกระจกตา

                                               ( รูปแสดงการแยงท่อน้ำตา เพื่อรักษาท่อน้ำตาอุดตัน )

 

โดย ส่วนใหญ่แล้วการแยงท่อน้ำตาครั้งแรก จะไม่ใส่สายยาง แต่หากแยงครั้งแรกแล้วพบว่ามีการตีบตันระหว่างทางระบายของท่อ จะพิจารณาใส่สายยางลงไปที่ท่อน้ำตาด้วย โดยคาสายไว้ ประมาณ 2-3 เดือนหรือใส่สายยางในกรณีที่เคยแยงท่อน้ำตาไปแล้วท่อน้ำตาตันซ้ำหรืออาการ ไม่ดีขึ้น โดยสายยางที่ใส่จะแยงลงไปในท่อน้ำตาโดยจะไม่โผล่ออกมาให้ใครเห็นนอกจากมา จ้องที่หัวตาถึงจะเห็น ปลายสายยางจะผู้กันไว้ในจมูก

  ( รูปแสดงการใส่สายยางที่หัวตาลงไปในจมูกของเด้กหลังการรักษาท่อน้ำตาอุดตันข้างซ้าย )

หาก มีการวางสายยางที่ตา ควรระวังไม่ให้เด้กขยี้ดึงสายยางออกมาน่ะค่ะ หากมีสายยางโผล่ ห้ามตัดเองโดยเด็ดขาด เพราะมีปมค้างอยู่ข้างใน หากเอาออกไม่ถูกวิธีอาจจะต้องผ่าตัดเอาออก  ให้แปะพลาสเตอรไว้ที่หัวตาหรือหน้าผาก ตามแต่ความยาวของสายที่โผล่ออกมา

( รูปแสดงการผิดตำแหน่งของสายยางที่ยื่นออกมาทางหัวตา ให้แปะพลาสเตอร์ไว้ ห้ามตัดสายยางเอง )

เป็นไงค่ะ พอจะเข้าใจโรคนี้กันหรือยังค่ะ อย่าลืมนะคะว่าหมอที่ดีที่สุดในการรักษาโรคนี้ให้น้องๆที่เป็นคือคนที่เลี้ยงเด็กค่ะ

พญ. อารีย์ นิมิตรวงศ์สกุล