เบาหวานเมื่อไรต้องตรวจตา ?

345

 

บทความนี้ ได้จากคุณหมอจอประสาทตาสุดหล่อจากรพ. อุดรธานีมาช่วยเขียนคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยซึ่งเป็นเบาหวานนะคะว่าเมื่อไรควรจะรับการตรวจตาเพื่อหาว่ามีเบาหวานขึ้นจอประสาทตา 

เบาหวาน” คำๆนี้ ทุกคนคงรู้จักกันดีนะครับ คนส่วนใหญ่ต่างเข้าใจว่ามันก็คือโรคที่เกิดจากการ

น้ำตาลสูง….ซึ่งก็มีส่วนถูกนะครับแต่คิดว่าหลายคนยังคงไม่ทราบถึงความน่ากลัวของโรคที่ว่านี้ ซึ่งผมจะขอกล่าวถึงในบทความฉบับนี้ว่าโรคเบาหวาน ทำให้เกิดอะไรได้บ้าง โดยเฉพาะที่ตา ถ้าเป็นเยอะๆทำให้ตาบอดได้เลยทีเดียว เรามารู้จักโรคนี้กันเลยดีกว่าครับ……

เมื่อเราเป็นเบาหวานจะทำให้เส้นเลือดมีการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะเส้นเลือดที่มีขนาดเล็กๆ ทำให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณต่างๆไม่เพียงพอ ถ้าเป็นที่ขาหรือนิ้วเท้าก็ทำให้เป็นแผลได้ง่าย ถ้าเป็นที่ไตก็จะทำให้ไตขาดเลือด เกิดภาวะไตวายตามมา ส่วนในบทความฉบับนี้ผมจะขอเน้นไปที่การเกิดเบาหวานที่จอประสาทตา เมื่อเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงจอประสาทตามีการเปลี่ยนแปลงจากการที่เป็นเบาหวาน จะมีผลทำให้จอประสาทตาขาดเลือด ซึ่งร่างกายก็จะมีการปรับตัวโดยจะมีการหลั่งสารต่างๆออกมามากมาย
โดยตัวที่สำคัญก็คือ vascular endothelial growth factor (VEGF) ซึ่งจะเป็นตัวที่จะไปกระตุ้นให้เกิดกลไกที่สำคัญอยู่ 2 ลักษณะดังนี้

1)  angiogenesis กระบวนการสร้างเส้นเลือดใหม่ ซึ่งจากความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ ถ้ามีการสร้างเส้นเลือดใหม่ก็ยิ่งดีใช่มั้ยครับ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วถ้าเป็นที่อวัยวะอื่นก็จะยิ่งดีทำให้มีเลือดมาเลี้ยงได้เพิ่มขึ้น แต่สำหรับในตานั้นไม่ใช่ครับ เส้นเลือดที่สร้างขึ้นใหม่นี่แหละเป็นตัวปัญหาครับ เพราะว่าเนื่องจากผนังของเส้นเลือดที่สร้างใหม่นี้เปราะบางมาก ทำให้แตกได้ง่าย เป็นผลทำให้เกิดเลือดออกในลูกตา ทำให้ตามัวลงได้ และนอกจากนี้ยังทำให้เกิดผังผืดดึงรั้งจอประสาทตา เกิดจอตาหลุดลอกและมีโอกาสที่จะตาบอดในที่สุด ….. น่ากลัวไหมครับ

2) increase permeability คือมีการรั่วไหลของไขมันและน้ำออกมานอกเส้นเลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้จุดรับภาพบวมน้ำมีผลทำให้ตามัวได้เช่นกันครับ

คราวนี้เราลองมาดูการรักษาเบาหวานขึ้นจอประสาทตากันดีกว่าว่ามีวิธีอะไรบ้าง…..

เริ่มแรกเลยครับ ง่ายที่สุด ไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไรเลยครับ แต่เป็นวิธีที่สำคัญมาก นั่นคือการควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในระดับที่ปกติ รวมไปถึงความดันเลือดและระดับไขมันในเส้นเลือด ฟังดูเหมือนง่ายนะครับ แต่เชื่อไหมครับว่าจากประสบการณ์ของผู้เขียน คนไข้ส่วนใหญ่ไม่สามารถทำได้ ….

การรักษาอื่นๆ จุดมุ่งหมายก็คือการลดสารที่ชื่อว่า VEGF นั่นเองครับ ไม่ว่าจะเป็นการยิง laser ซึ่งเป็นการรักษาหลัก หรือการฉีดยาเข้าลูกตาซึ่งปัจจุบันกระทำกันมากขึ้น ส่วนในคนไข้ที่มีผังผืดดึงรั้งจอประสาทตาซึ่งถือว่าเป็นระยะท้ายๆของโรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตามักจะต้องลงเอยด้วยการผ่าตัดเพื่อเลาะผังผืดทีจอประสาทตา  ซึ่งผลการรักษาก็ขึ้นกับความรุนแรงและสภาพของจอประสาทตาก่อนผ่าตัดครับ

โดยสรุปแล้วโรคเบาหวานนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเส้นเลือด ทำให้เกิดความผิดปกติในหลายๆระบบของร่างกาย ซึ่งรวมถึงในลูกตาด้วย

ดังนั้นในการดูแลรักษาคนไข้เบาหวานจึงจำเป็นที่จะต้องควบคุมให้ระดับน้ำตาลอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติรวมไปถึงความดันเลือดและระดับไขมันในเส้นเลือดด้วย และก็หมั่นออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ นอกจากนี้คนที่เป็นเบาหวานก็อย่าลืมไปตรวจตาด้วยนะครับ เพราะเวลาที่เบาหวานขึ้นจอประสาทตาระยะแรกๆหรือแม้กระทั่งเป็นระยะที่ต้องรักษาแล้วก็ตาม ตาอาจจะยังไม่มัวก็ได้ครับ ดังนั้นเพื่อสุขภาพของลูกตาที่ควรถนอมไว้ให้ได้ใช้อย่างมีความสุข ก็หมั่นไปเช็คกับจักษุแพทย์นะครับ

ทีนี้เราก็มาดูว่าผู้ป่วยเบาหวานควรรับการตรวจตาเมื่อไหร่ดี

ผู้ป่วย เบาหวานควรมารับการตรวจตาจากจักษุแพทย์ทุกคนนะครับ แม้ว่าตาจะมองเห็นปกติก็ตาม โดยระยะเวลาที่ควรได้รับการตรวจครั้งแรก และติดตามผล ซึ่งมีดังนี้

ผู้ป่วยที่เริ่มเป็นเบาหวานเมื่อมีอายุ 0-30 ปี หรือในคนอายุน้อยๆ ควรตรวจตาหลังเป็นเบาหวาน 5 ปี หลังจากนั้นควรตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง

ถ้าเป็นเบาหวานตอนอายุ 31 ปีขึ้นไป ควรรับการตรวจตาทันทีที่พบเบาหวาน และตรวจตาต่อเนื่องอย่างน้อยปีละครั้ง

ผู้ป่วยเบาหวานที่ตั้งครรภ์ ควรตรวจตาทันทีที่ตั้งครรภ์หรือใน 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์

 

บทความนี้โดย

                              

นพ. ภาณุวัฒน์ ศศิประภา

จักษุแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจอประสาทตา 

โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี